เปลี่ยนชื่อตัวเงินตัวทอง หรือ เหี้ย เป็น วรนุช

เปลี่ยนชื่อตัวเงินตัวทอง หรือ เหี้ย เป็น วรนุช

ผอ.อนุรักษ์สัตว์ป่า งานเข้าผุดไอเดียเปลี่ยนชื่อ “เหี้ย” เป็น “วรนุช” โดนด่ายับ นางเอกดัง “นุ่น” วรนุช รู้ข่าวถึงกับอึ้ง แม่ผ่องสวดกระทบสกุลบรรพบุรุษตั้งให้ ด้านนักภาษาศาสตร์ สอนมวยชี้ชื่อคน-สัตว์มีชนชั้น ย้ำตั้งใหม่ไม่ช่วยยกระดับเป็นสัตว์มงคล สุดท้ายอธิบดีกรมอุทยานฯ โผล่โต้ไม่คิดเปลี่ยน เปรยภาษาอังกฤษอ่าน “วรนัส

แนวคิดการเปลี่ยนชื่อเรียก “ตัวเงินตัวทอง” เป็น “วรนุช” จนเกิดความวุ่นวายครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นาย ชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้รับแจ้งจากประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในแถบ จ.สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และราชบุรี จำนวนมาก ว่าได้รับความเดือดร้อนจาก ตัวเงินตัวทอง หรือ ตัวเหี้ย ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในแถบพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนใหญ่พบว่าสัตว์ชนิดนี้ออกมาสร้างความเดือดร้อน โดยการขุดคุ้ยหาเศษอาหารตามถังขยะ รวมทั้งยังแอบไปกินเป็ด กินไก่ และปลาตามบ่อเลี้ยงต่างๆ บางตัวเหิมเกริมถึงขนาดแอบเข้าไปขุดคุ้ยหาอาหารในห้องครัวของชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะสัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หากทำร้ายถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

“ที่ผ่านมา เมื่อได้รับแจ้งเข้ามา กรมอุทยานฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หากพื้นที่ใดมีจำนวนมากก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจับ และนำมาเลี้ยงไว้ที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า แต่ถ้ามีจำนวนไม่มาก จะให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันไม่ให้ตัวเงินตัวทองออกมารบกวน เช่น การปรับปรุงสภาพถังขยะ รวมไปถึงกรงสัตว์เลี้ยงที่ขอให้ป้องกันด้วยการปิดอย่างมิดชิด” นายชัชวาลย์กล่าว

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้คิดว่าสัตว์ชนิดนี้น่ารังเกียจ เพราะในธรรมชาติตัวเงินตัวทองเปรียบเสมือนคนเก็บขยะ หรือเทศบาล มันจะช่วยในการเก็บของเสียในระบบนิเวศ หากไม่มีพวกมันเลยอาจจะทำให้เกิดความไม่สมดุลในระบบนิเวศ และอาจจะมีสัตว์ไม่พึงประสงค์ออกมาแทน

ส่วนเรื่องของการแก้ไขปัญหาในระยะนี้ นายชัชวาลย์กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) ของกรมอุทยานฯ เตรียมที่จะส่งเสริมให้มีการทดลองเพาะเลี้ยงตัวเงินตัวทองเพื่อการส่งออก เนื่องจากมีความต้องการในต่างประเทศ ในการนำหนังไปใช้ประโยชน์ คาดว่าไม่นานน่าจะดำเนินการออกมาอย่างชัดเจน และอาจจะแก้ไขปัญหานี้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และเป็นความพอใจของทุกฝ่าย

“ที่จริงแล้ว ตัวเงินตัวทอง หรือที่คนจะเรียกว่าตัวเหี้ย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Varanus salvator หรือ ถ้าอ่านเป็นภาษาไทย ก็อาจจะเรียกว่า วรนุช ก็ได้ และถ้าคนเปลี่ยนมาเรียกชื่อนี้ น่าจะทำให้คนเลิกดูถูกเหยียดหยามสัตว์ประเภทนี้ เพราะในอนาคตหากมีการเพาะพันธุ์ส่งออกได้ ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีมูลค่าและสามารถทำเงินเข้าประเทศได้ด้วย” นายชัชวาลย์ระบุ

ด้าน นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้มาขออนุญาตเพื่อเพาะเลี้ยงตัวเหี้ย หรือตัวเงินตัวทอง เพื่อการศึกษา วิจัยการนำมาใช้ประโยชน์แล้ว 1 แห่ง อยู่ที่ จ.สระบุรี แต่เนื่องจากสัตว์ชนิดนี้ยังอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครอง ที่หากจะเพาะพันธุ์ก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายคือ เปลี่ยนให้เป็นสัตว์ป่าที่สามารถเพาะพันธุ์ได้เสียก่อน ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ตัวเงินตัวทองเป็นที่ต้องการมากในประเทศอินโดนีเซีย ถึงขั้นมีการรับซื้อกันตัวละหลายดอลลาร์สหรัฐ เพราะหนังของมันมีคุณภาพดี เทียบเท่ากับหนังจระเข้ และที่ต่างประเทศก็มีการเพาะเลี้ยงทำฟาร์มกันอย่างแพร่หลาย

ส่วนในประเทศไทยมีเพียงการศึกษาวิจัยเท่านั้น ทั้งนี้กองไซเตสกำลังเร่งที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจการเลี้ยง ตัวเงินตัวทองมากขึ้น หากมีจำนวนมากอย่างน้อยก็ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้คนมาดูได้ และหากมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนมากๆ เรื่องการแก้กฎหมาย เพื่อที่จะสามารถเพาะเลี้ยงส่งออกตัวเงินตัวทอง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว กรมอุทยานฯ จะสามารถดำเนินการได้ทันที

“ไม่แนะนำให้ประชาชนจับเอง แล้วเอาไปปล่อยที่อื่น เพราะมันจะไปสร้างปัญหาที่อื่นอีก และในขณะนี้หากการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงมีความเป็นไปได้ และได้รับความสนใจและยอมรับจากสังคม เชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาตัวเงินตัวทองล้นเมืองในอนาคตได้” นายวัฒนากล่าว

ทันทีที่ข่าวนายชัชวาลย์เสนอให้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกตัวเงินตัวทอง หรือ “ตัวเหี้ย” เป็น “วรนุช” ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อแขนงต่างๆ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเหมาะสมในการนำชื่อของบุคคลมาใช้เรียกแทนสัตว์ชนิดนี้ น.ส.วรนุช วงษ์สุวรรณ หรือ “นุ่น” นาง เอกชื่อดังสังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ถึงกับแสดงอาการอึ้งเมื่อทราบว่าชื่อของเธอถูกใช้เรียกแทนตัวเงินตัวทอง พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เขาให้เหตุผลว่าอะไรถึงได้ใช้ชื่อนี้ ซึ่งหลังทราบคำตอบ นางเอกคนดังกล่าวเพียงว่า “นุ่นกำลังจะไปทำฟัน ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์”

“นุ้ย” พี่สาวและผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาววิกหมอชิต กล่าวสั้นๆ ว่า “ชื่อวิทยาศาสตร์เขียนว่า Varanus ตัวสุดท้ายเป็นตัวเอส ไม่น่าจะสะกดด้วยตัว ช นะ คนที่เขาตั้งชื่อ เขามีความรู้ใช่มั้ย”

เช่นเดียวกับ ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติวัย 71 ปี กล่าวว่า ต้องดูจากภาษาอังกฤษว่า เขียนเหมือนกันหรือเปล่า ส่วนนามสกุลของตนภาษาอังกฤษเขียนว่า “voranuch” ดังนั้นถ้าไม่ได้เขียนแบบนี้ก็คงไม่ใช่แน่

“โดยธรรมชาติสัตว์ประเภทนี้มีอยู่ 3 ชื่ออยู่แล้ว คือ 1.ตัวเหี้ย 2.ตะกวด และ 3.ตัวเงินตัวทอง ซึ่งเวลาชาวบ้านทั่วไปเจอ มักจะแก้เคล็ดด้วยการเรียกว่าตัวเงินตัวทอง อธิษฐานขอให้ได้เงินได้ทอง ได้โชคลาภ ไม่เข้าใจว่า จะเปลี่ยนชื่อเขาทำไม จริงๆ เรียกตัวเงินตัวทองดีอยู่แล้ว คือถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากให้ใช้ว่า วรนุช เพราะนามสกุลนี้ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เขาใช้กันมา โดยเฉพาะญาติๆ ที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตัวแม่เอง มีพี่ชายอยู่ 8 คน มีแม่คนเดียวที่เป็นผู้หญิง อยากจะฝากไว้ให้เป็นข้อคิดตรงนี้ ส่วนจะไปร้องเรียนหรือไม่ คือไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใครอย่างไร” แม่ผ่องกล่าว

สอดคล้องกับ นสพ.อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ช่วยราชการสำนักพระราชวัง ให้ ความเห็นว่า คนสมัยปู่ย่าก็เรียก “ตัวเหี้ย” มานานแล้ว จะมาเปลี่ยนเป็นเรียกชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “วารานัส” หรือ “วรนุช” ซึ่งแปลว่า “ผู้หญิง” มันไม่มีความเหมาะสม เรียกเหี้ยเหมือนเดิมดีแล้ว เพราะโดยธรรมชาติของมันชอบกินสัตว์ที่เน่าเปื่อย ชอบกรุยทางน้ำไหล คนไทยสมัยก่อนจึงนำมาเปรียบเปรยคนไม่ดีว่าเหี้ย ดังนั้นควรใช้ชื่อเดิมของมันจะดีกว่า

ส่วนมุมมองของ นายวัฒนะ บุญจับ นักวิชาการสำนักภาษาและวรรณกรรม กรมศิลปากร อธิบาย ว่า ชื่อในภาษาไทยมีระดับ และชนชั้นอยู่ในตัวเอง มีชื่อนามของสัตว์ นามของคน ที่มีการเลือกใช้คำที่มีเสน่ห์ มีชนชั้นของภาษา เช่น ชื่อแม้นวาด ปานเลขา หมายถึงคนที่มีความงาม คือการรู้จักว่าตัวเอง ต่อมาการตั้งชื่อของคนจะเน้นที่ความเป็นมงคลมากกว่า อย่างกรณีวัดพายัพ ยังเคยมาขอเปลี่ยนชื่อ เพราะชื่อไม่เป็นมงคล คนไม่เข้ามาทำบุญ ซึ่งแสดงนัยการตั้งชื่อยึดติดกับกรอบ ทั้งนี้การเปลี่ยนชื่อ “เหี้ย” เป็น “วรนุช” อาจทำให้กระทบต่อคนส่วนใหญ่ในสังคม และอาจเป็นคำสแลงที่เรียก “วรนุช” แล้วยังสื่อความหมายถึงตัวเหี้ยอยู่ดี

การเปลี่ยนชื่อตัวเหี้ยเป็นวรนุช ไม่ใช่สาระของการแก้ปัญหา กลับยิ่งเพิ่มปัญหาในสังคม คนที่ชื่อวรนุชอาจต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่ ทั้งที่ชื่อวรนุชมีความหมายที่ดี ทั้งนี้แม้จะเปลี่ยนชื่อเหี้ยเป็นวรนุช ก็ไม่ได้ช่วยยกระดับเหี้ยให้เป็นสัตว์มงคลแต่อย่างใด” นายวัฒนะกล่าว
กระทั่ง เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวยืนยันหลังมีสื่อมวลชนหลายฉบับขอสัมภาษณ์เรื่องการเปลี่ยนชื่อเรียกตัว เงินตัวทองเป็น “วรนุช” ว่า ไม่ได้มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อ “ตัวเหี้ย” เป็น “วรนุช” เพราะชื่อตัวเงินตัวทอง เป็นชื่อสามัญที่เรียกกันอยู่แล้ว ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าอ่านตามชื่อภาษาอังกฤษ ควรจะอ่านว่า “วรนัส” มากกว่า

ตัวเงินตัวทอง-เหี้ย-แลน

ตัวเหี้ยหรือตัวเงินตัวทอง (Varanus salvator)

มีชื่อสากลว่า Water Monitor
เป็นสัตว์เลื้อยคลานในกลุ่ม monitor lizard
ชื่อภาษาลาตินสัตว์กลุ่มนี้ จะขึ้นด้วด้วย Varanus

ในสมัยอดีต ชาวบ้านมักจะเลี้ยงไก่ไว้ในบริเวณบ้าน ตัวเหี้ยมักจะมาขโมยไก่ของชาวบ้านลากไปกินในน้ำ ทำให้เป็นสัตว์ที่ผู้คนเกลียดมาก
เลยนำมาใช้เรียกคนไม่ดีผู้เป็นที่น่ารังเกียจ ว่า “ไอ้เหี้ย” และกลายเป็นคำด่าทอมาจนปัจจุบัน

และอีกเหตุผลหนึ่งที่เกิดคำด่าอันเนื่องมาจากตัว”” ซึ่งนำมาใช้ด่าทอกันก็คือ “อีดอก” ก็เพราะว่าลายบนตัวเหี้ยนั้นจะเป็นลายดอก
(ไม่เหมือนกันกับตะกวดหรือสัตว์ตระกูลเดียวกันที่มีลายเป็นลายอื่นๆ ไม่ใช่ลายดอก)

อนึ่ง มีความเชื่อว่าถ้าเหี้ยขึ้นบ้านใครบ้านนั้นจะมีแต่ความโชคร้าย เหี้ยจึงถูกเปลี่ยนชื่อเรียกให้ฟังมีสิริมงคล โดยเรียกว่า “ตัวเงินตัวทอง”

ทั้งที่แท้จริงแล้ว”เหี้ย”คือชื่อที่ถูกต้องและใช้เรียกสัตว์ชนิดนี้มาเนิ่นนาน

ดังนั้นเพื่อเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อของตัวเหี้ยซึ่งถูกกำหนดค่าเป็นคำด่าไปแล้ว หลายๆคนจึงเรียกตัวเงินตัวทองแทน

บรรพบุรุษของเหี้ยถือกำเนิดในช่วงปลายของยุคไดโนเสาร์เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน จนกระทั่งปัจจุบันเหลืออยู่เเค่ประมาณ 67 ชนิดใน 3 ทวีปคือ ออสเตรเลีย เอเชีย และแอฟริกา

มังกรโคโมโด (Varanus komodoensis) เป็นสัตว์ตระกูลนี้ที่ยาวที่สุดอันดับ 1

สำหรับชนิดที่มีความยาวมากที่สุด 2 อันดับแรกอยู่ในทวีปเอเชีย คือ มังกรโคโมโด (Varanus komodoensis) ในประเทศอินโดนีเซีย

ส่วน”ตัวเหี้ย”ในประเทศไทย ยาวเป็นอันดับที่สอง มีรูปร่างคล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่มีความยาวได้ถึง 2.5-3 เมตร

มีลิ้นแยกเป็นสองแฉกคล้ายงู ใช้สำหรับรับกลิ่นมีลายดอกสีเหลืองพาดขวางทางยาว
ชอบอาศัยอยู่บริเวณใกล้แหล่งน้ำจืดและน้ำเค็มเช่น ป่าจากและป่าชายเลน ว่ายน้ำเก่งกว่าเพื่อนๆ ในสกุลเดียวกัน และดำน้ำได้นาน

เหี้ยมีลักษณะคล้ายคลึงกับตะกวด เห่าช้าง และตุ๊ดตู่

ลักษณะนิสัยทั่วไปของตัวเหี้ยจะตื่นคน เวลาที่ตกใจหรือเจอศัตรูมักจะหนีลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว ชอบหากินของเน่าเปื่อย เศษซากอาหาร
บางครั้งก็จะกินสัตว์เป็นๆ เช่น ไก่หรือเป็ดที่ชาวบ้านเลี้ยงไว

สำหรับตะกวดคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นตัวเหี้ยเสมอ

ตะกวดมีชื่อสากลว่า Varanus bengalensis nebulosus ภาษาอีสานเรียกว่า “แลน
ทางเหนือก็เรียก “แลน”เช่นกัน จะมีสีเรียบออกโทนสีน้ำตาลทั้งตัว

ขณะที่ลำตัวของตัวเหี้ยเป็นสีดำมีลายดอกสีเหลืองเรียงอยู่อย่างมีระเบียบ

สิ่งที่แตกต่างคือรูจมูกของตะกวดจะอยู่ห่างจากปลายปากมาก ต่างจากตัวเหี้ยซึ่งรูจมูกอยู่ใกล้ปลายปาก

ทำให้ตัวเหี้ยสามารถอยู่ในน้ำได้นานไม่ต้องเสียเวลาโผล่ขึ้นมาหายใจทั้งหัวเพียงแค่โผล่ส่วนปลายของหัวขึ้นมาก็หายใจได้แล้ว

ตะกวดจะชอบอยู่ตามที่ดอนห่างจากแหล่งน้ำออกมาใช้ปากในการขุดคุ้ยอาหารซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกแมลงต่างๆ
และสัตว์ขนาดเล็กๆ จมูกของมันจึงต้องอยู่ห่างจากปลายปาก

เมื่อถึงช่วงผสมพันธุ์ในฤดูฝน ตัวเหี้ยจะจับคู่กันโดยไม่เลือกว่าคู่จะต้องเป็นตัวเดิม บางครั้งอาจมีการต่อสู้รุนแรงระหว่างตัวเหี้ยเพศผู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย

ไข่เหี้ยมีลักษณะรียาว บางครั้งจะสีขาวขุ่น จำนวนมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของแม่พันธุ์
ส่วนใหญ่จะวางไข่ประมาณ 6-30 ฟองหรืออาจจะถึง 50 ฟอง

ในแต่ละปีจะสามารถวางไข่ได้ 2-3 ครั้ง ไข่จะถูกกลบเป็นเนินดินหรือรังปลวกเวลาในการฟักขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม

จะวางไข่ในปลายฤดูร้อนต่อเนื่องฤดูฝน

สถานภาพปัจจุบัน
เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

Tags: , , , , , , ,