เอไอเอ ยกระดับพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯเชื่อมโยงสุขภาพ...

เอไอเอ ยกระดับพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯเชื่อมโยงสุขภาพ ความยั่งยืน และความสุข กับงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สองจากซ้าย) ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล (ซ้าย) และ นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส (ขวา) 
พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กลาง) และ นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) (สองจากขวา) ร่วมเปิดงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park เฉลิมฉลองความสำเร็จในพันธกิจการดูแลสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ณ สวนเบญจกิติ

(กรุงเทพฯ – 26 กุมภาพันธ์ 2569) - เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรด้านความยั่งยืนอย่าง กรุงเทพมหานคร และศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) จัดงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ณ สวนเบญจกิติ ภายใต้แนวคิดการผสานสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมดูแลตนเองทุกมิติไปพร้อมกับการดูแลโลก

งาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ปีที่ 2 กับสโลแกน “AIA+ พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ” ซึ่งรณรงค์การทำธุรกรรมแบบไร้กระดาษ โดยเชิญชวนให้ลูกค้าสมัครใช้บริการ  e-Document เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Receipt ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแอปพลิเคชัน AIA+ เพื่อช่วยลดการใช้กระดาษ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างสะดวกและปลอดภัย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและทำถูกต้องตามกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพของโครงการ ตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเมืองสีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมในสวนสาธารณะจึงไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนเมืองได้ออกมาพักผ่อนและดูแลสุขภาพกายใจเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป สวนเบญจกิติถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถประสานธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของคนเมืองได้อย่างลงตัว กรุงเทพมหานครขอขอบคุณ เอไอเอ ที่ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เช่นนี้เพื่อคนเมือง พร้อมทั้งสนับสนุนการเพาะกล้า 10,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีสุขภาวะที่ดี และยั่งยืนในระยะยาว”
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ เชื่อว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากสิ่งแวดล้อมที่ดี แคมเปญ AIA+ Go Green จึงมุ่งบูรณาการการดูแลสุขภาพกายและใจเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน งาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและพลังบวก ชวนทุกคนมามีส่วนร่วมในการดูแลตัวเองและโลกไปพร้อมกัน อีกทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ปีที่ 2 ซึ่งสามารถลดการใช้กระดาษได้มากกว่า 1.5 ล้านแผ่นต่อปี และเพาะกล้าเพิ่มอีก 10,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทางกรุงเทพมหานครฯ ตามเป้าหมายที่วางไว้”
นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย

นอกจากกรุงเทพมหานคร และ EEC แล้ว งาน  AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอื่น ๆ ได้แก่ Layers of emotions, Aura, Absolute Boutique Fitness Studio, FORM Recovery, Yolo, McDonald's และสมิติเวช เปิดโอกาสให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านสุขภาพและความยั่งยืนอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น Yoga in the Park โดย Absolute Boutique Fitness Studio ที่ให้ทุกคนได้ผ่อนคลายร่างกายท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมเพาะกล้า 100 ต้น เพื่อมอบให้กรุงเทพมหานคร กิจกรรมเชื่อมต่อธรรมชาติผ่านประสบการณ์หลากหลายประสาทสัมผัส กิจกรรมร้อยสร้อยข้อมือจากลูกปัดรีไซเคิล และกิจกรรมบำบัด EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) แบบตัวต่อตัว เพื่อดูแลสุขภาพใจอย่างลึกซึ้ง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะร่วมกับแพลตฟอร์มผู้เชี่ยวชาญอย่าง Recycle Day การเลือกใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

   กิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรด้านสุขภาพและความยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ Go Green Talk เวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองด้านความยั่งยืนจากผู้เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

 
เวทีเสวนา Go Green Talk

นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส กล่าวว่า “หนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในปัจจุบัน คือการใช้ทรัพยากรโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือพลังงาน เทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราเห็นปัญหาเหล่านี้ชัดเจนขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่แนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในระดับองค์กรและในชีวิตประจำวัน สำหรับ เอไอเอ เรานำดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการลดการใช้ทรัพยากร ผ่านโซลูชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม AIA+ ที่ช่วยให้ลูกค้า ตัวแทน และพนักงานเอไอเอ เปลี่ยนจากกระดาษสู่ดิจิทัลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย แคมเปญ AIA+ Go Green เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว ทั้งต่อผู้ใช้งานและต่อสิ่งแวดล้อม ผมเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากทุกคน เพียงเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ เช่น การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือการลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เมื่อสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งต่อโลกและคุณภาพชีวิตของเราเอง”

 
นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส

ด้านพันธมิตรหลักอย่าง นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) กล่าวว่า “ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทั้งอากาศที่หายใจ น้ำที่ใช้ อาหารที่กิน และขยะที่เราสร้าง หากสิ่งแวดล้อมดี สุขภาพและคุณภาพชีวิตของเราก็ดีตามไปด้วย แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สิ่งแรกที่ได้รับผลกระทบก็คือชีวิตประจำวันของเราเอง ความยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของโลก แต่คือเรื่องของความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นได้จากการปรับความคิด และการลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเลือกสนับสนุนแนวทางและองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”
 
นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC)

นางสาวอีฟ เครือวิทย์ นักสะกดจิตบำบัด RTT ทางคลินิก และผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR กล่าวว่า “พฤติกรรมของเรา ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยจิตใต้สำนึกที่หล่อหลอมจากอารมณ์ ความเคยชิน และแรงกดดันรอบตัว เมื่อคนเมืองใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เรามักหลุดออกจากการรับรู้ความรู้สึกของตัวเองและใช้ชีวิตในโหมดอัตโนมัติ โดยไม่ทันสังเกตว่าพฤติกรรมเหล่านั้นส่งผลต่อทั้งใจของเราและสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจึงเริ่มจากการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด และนิสัยของตัวเอง การลองหยุดเพื่อเชื่อมต่อกับตัวเอง และยอมรับความรู้สึกภายใน ช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าอะไรคือความจำเป็นจริง และอะไรคือความต้องการที่เกิดจากความเครียด เมื่อใจสงบและสมดุล เราจะใช้ชีวิตอย่างพอดี เห็นคุณค่าในสิ่งที่มี และลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

 
นางสาวอีฟ เครือวิทย์ นักสะกดจิตบำบัด RTT ทางคลินิก และผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR

ตลอดทั้งงานยังมีกิจกรรมจากบูธต่าง ๆ ที่ร่วมกันส่งเสริมแนวคิด Go Green เพื่อส่งมอบการเรียนรู้และผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวงลิปตา ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนเบญจกิติ สานต่อความสนุกของกิจกรรมดนตรีในสวน พร้อมกิจกรรม Lucky Draw* ที่ช่วยเติมสีสันและสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น นับเป็นการหลอมรวมความบันเทิง สุขภาพ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน
   
มินิคอนเสิร์ตจากวงลิปตา

*หมายเหตุ: รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท

เลขที่ใบอนุญาต 271/2569

# # # 

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเอไอเอ 
กลุ่มบริษัทเอไอเอ และบริษัทในเครือ (รวมเรียกว่า “เอไอเอ” หรือ “กลุ่มบริษัทเอไอเอ”) เป็นกลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีการบริหารจัดการอย่างอิสระ มีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขาใน 18 ประเทศทั่ว เอเชียแปซิฟิก ทั้งในประเทศจีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง(1) ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย กัมพูชา อินโดนีเซีย เมียนมาร์ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน (จีน) เวียดนาม บรูไน และเขตปกครองพิเศษมาเก๊า(2) และเป็นผู้ถือหุ้นร่วมทุนร้อยละ 49 ในประเทศ อินเดีย นอกจากนี้ เอไอเอ ได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัทไชน่า โพสต์ ไลฟ์ ประกันชีวิต ในอัตราส่วนร้อยละ 24.99  

เอไอเอเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกในเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อศตวรรษที่ผ่านมา ในปี 2462 โดยเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ในด้านเบี้ยประกันภัยรับจากธุรกิจประกันชีวิต และเป็นผู้นำตลาดโดยส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 276 พันล้านเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 

กลุ่มบริษัทเอไอเอนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการออมเงินระยะยาวและความคุ้มครองชีวิตแก่ลูกค้าบุคคลผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทั้งการประกันชีวิต การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินในวัยเกษียณ นอกจากนี้กลุ่มบริษัทเอไอเอยังให้บริการ ลูกค้าองค์กรผ่านผลิตภัณฑ์สวัสดิการพนักงาน ประกันสินเชื่อ และให้บริการเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผ่านเครือข่ายตัวแทนพันธมิตร และพนักงานทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเอไอเอมีลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตรายบุคคลที่มีผลบังคับมากกว่า 41 ล้านกรมธรรม์ และเป็นสมาชิกกรมธรรม์ประกันกลุ่มมากกว่า 17 ล้านคน 

กลุ่มบริษัทเอไอเอจดทะเบียนในกระดานหุ้นหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ภายใต้รหัสหลักทรัพย์ “1299” สำหรับ American Depositary Receipts (ระดับ 1) มีการซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter) ภายใต้สัญลักษณ์ AAGIY 

หมายเหตุ: 
1. เขตปกครองพิเศษฮ่องกง (Hong Kong SAR) 
2. เขตปกครองพิเศษมาเก๊า (Macau SAR)  
ข้อมูลเพิ่มเติม: เอไอเอ พลัส    
_____________________________

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“แฟคทอรี่ ยาร์ด กรุ๊ป” สยายปีก เปิดสาขาใหม่ที่ลำลูกกา

..นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร้องสื่อมวลชน หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาคุกคามถึงหน้าสมาคมฯ

..งาน "รื่นเริง สงกรานต์ เบิกบานทั่วพระนคร" สุดคึกคัก