5 ศาสนา ร่วมน้อมรำลึก “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”ประกอบศาสนกิจถวายพระกุศล น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติ ...

  5 ศาสนา ร่วมน้อมรำลึก “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”ประกอบศาสนกิจถวายพระกุศล น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติ
**************************
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรทางศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย ทั้งศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์–ฮินดู และซิกข์ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยแต่ละศาสนาได้กำหนดแนวทางการประกอบศาสนกิจและการแสดงความอาลัยให้สอดคล้องกับหลักคำสอน ความเชื่อ และขนบธรรมเนียมของแต่ละศาสนา ควบคู่กับการปฏิบัติตามแนวทางของทางราชการอย่างเหมาะสมและสมพระเกียรติ
ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ศาสนิกชนทุกศาสนาได้มีส่วนร่วมในการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายพระกุศลผ่านศาสนพิธีตามหลักศาสนาของตนเอง ตลอดจนร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานด้านการส่งเสริมคุณธรรม การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชน และการส่งเสริมให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตา ความสามัคคี และสันติสุข โดยมีรายละเอียดแนวทางการดำเนินการของแต่ละศาสนา ดังนี้
ศาสนาพุทธ มหาเถรสมาคมมีมติ ครั้งที่ พิเศษ 6/2569 เรื่อง แนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยให้คณะสงฆ์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ จัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระรูป พร้อมเครื่องราชสักการะและพุ่มดอกไม้ตามความเหมาะสม ณ พระอุโบสถหรือสถานที่บำเพ็ญกุศลภายในวัด และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถวายบังคม พร้อมจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์หรือสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายพระกุศลเป็นประจำทุกวัน เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รวมทั้งจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานในวาระ ครบสัตตมวาร (7 วัน) ปัณรสมวาร (15 วัน) ปัญญาสมวาร (50 วัน) และสตมวาร (100 วัน) และให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศลในวาระดังกล่าว ตลอดจนให้คณะสงฆ์เจริญจิตตภาวนาภายหลังทำวัตรสวดมนต์เย็นเป็นประจำทุกวันจนถึงการบำเพ็ญกุศล 100 วัน นอกจากนี้ ให้เพิ่มเติมการอุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จ
พระเจ้าลูกเธอฯ ในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาที่จัดขึ้นตามมติมหาเถรสมาคม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระกุศล
ศาสนาอิสลาม จุฬาราชมนตรีได้ประกาศแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้รับถือศาสนาอิสลามทั่วประเทศ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยอย่างเหมาะสมและสมพระเกียรติ โดยกำหนดให้ข้าราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาว หรือเครื่องแบบตามที่ทางราชการกำหนด ส่วนประชาชนทั่วไปให้แต่งกายสุภาพ ไม่ฉูดฉาด ทั้งนี้ ในการเข้าถวายอาลัยพระบรมศพ ให้ยืนตรงสงบนิ่งหรือก้มศีรษะคำนับอย่างเหมาะสม โดยไม่ถึงระดับรุกัวะ (การก้มศีรษะที่ลำตัวขนานกับพื้น)
ศาสนาคริสต์ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสต์ศาสนิกชนชาวไทย ได้ออกประกาศการน้อมกระหม่อมส่งเสด็จ พร้อมกำหนดให้ทุกสังฆมณฑลและวัดคาทอลิกทั่วราชอาณาจักร ร่วมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พร้อมจัดพิธีอธิษฐานภาวนาในพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ โดยพร้อมเพรียงกัน
สภาคริสตจักรในประเทศไทยได้ให้คริสตจักรภาค คริสตจักรท้องถิ่น และหน่วยงานในสังกัดจัดพิธีนมัสการพระเจ้าและอธิษฐานถวายต่อพระเจ้า เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พร้อมลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน และแต่งกายไว้ทุกข์ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว รวมทั้งเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ผ่านสื่อต่างๆ ของคริสตจักรในสังกัด 
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศเชิญชวนคริสตจักร องค์กร และสถาบันในเครือทั่วประเทศ ร่วมจัดพิธีนมัสการพระเจ้า หรืออธิษฐานถวายต่อพระเจ้าเพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ พร้อมลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน และปรับกิจกรรมในช่วงการไว้ทุกข์ให้เหมาะสม โดยถือแนวทางของทางราชการเป็นหลัก รวมทั้งเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ในสื่อประชาสัมพันธ์ของแต่ละหน่วยงานในสังกัด
มูลนิธิคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์ ได้เชิญชวนคริสตจักรในสังกัดร่วมถวายอาลัยตามวาระอันเหมาะสมของแต่ละคริสตจักร ส่วนมูลนิธิคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทย เชิญชวนประชาชนร่วมน้อมรำลึกและอธิษฐานสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ให้เหมาะสมตามความเชื่อของคริสตจักร ด้านการแต่งกายขอให้ผู้รับใช้ ศิษยาภิบาล เจ้าหน้าที่ และสมาชิก แต่งกายไว้ทุกข์ตามที่ทางราชการกำหนด ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และผู้ที่อยู่ภายใต้ระเบียบของทางราชการถิอปฏิบัติตามประกาศของรัฐบาลโดยเคร่งครัด สำหรับประชาชนให้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยงดกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นงานรื่นเริง และเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านบนช่องทางสื่อสารของคริสตจักรหรือสถาบันด้วยความสำรวม
ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู สมาคมฮินดูสมาช วัดเทพมณเฑียร เทวสถาน สำหรับโบสถ์พราหมณ์และโรงเรียนภารตวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะพราหมณ์ จัดพิธีสวดมนต์เบื้องหน้าพระรูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล 
โดยคณะพราหมณ์สวดมนต์บทสวดจาก “คัมภีร์ภควัตคีตา” โศลกที่ 15 เป็นคัมภีร์สำคัญของศาสนาฮินดู มีเนื้อหาเป็นคำสอนและบทสนทนาระหว่างพระกฤษณะกับอรชุน ว่าด้วยหน้าที่ ธรรมะ การดำเนินชีวิต และการยอมรับสัจธรรมแห่งชีวิต และ “โยคะแห่งพระเจ้าสูงสุด” (ชรี-บะกะวาน อุวาซะ) สวดภควคีตา เป็นการสวดหรือสาธยายคำสอนจาก คัมภีร์ภควัตคีตา โดยมุ่งระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดและเจริญจิตให้สงบ โดยแต่งกายไว้ทุกข์ตามที่ทางราชการกำหนด และปรับรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาไว้ทุกข์ โดยถือแนวทางของทางราชการเป็นหลัก
ศาสนาซิกข์ สมาศรีคุรุสิงห์ เชิญชวนคุรุดวารา องค์กรศาสนาซิกข์ และศาสนิกชนทั่วประเทศ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สวดอัรดาส (Ardas) เป็นการสวดอ้อนวอนและคำขอพรตามหลักศาสนาซิกข์ โดยศาสนิกชนจะยืนประนมมือและสวดด้วยความเคารพต่อพระผู้เป็นเจ้า เพื่อแสดงความศรัทธา ความสำนึกในพระคุณ และเป็นการถวายความอาลัย น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ณ คุรุดวารา และสถานที่ประกอบศาสนกิจที่เหมาะสม และจัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระรูป พร้อมเครื่องราชสักการะ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัย 
สมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย มีแนวทางปฏิบัติ สำหรับศาสนิกชนซิกข์-นามธารี 
โดยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ ให้ประกอบพิธีฮาวัน (HAVAN) คือ พิธีบูชาไฟศักดิ์สิทธิ์ตามหลักศาสนาฮินดู โดยมีการสวดมนต์และถวายเครื่องบูชาแด่พระผู้เป็นเจ้า และวัรนี (VARNI) คือ พิธีสวดมนต์และประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาฮินดู เพื่อถวายความเคารพและขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ณ ศาสนสถานของสมาคม และให้มีการยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย และรำลึกถึงพระกรุณาที่คุณอันหาที่สุดไม่ได้ เป็นเวลา 1 นาที ต่อด้วยพิธีอัรดาส (Ardas) อีกทั้งให้มีการจัดบอร์ดนิทรรศการแสดงถึงพระราชกรณียกิจ โดยให้ศาสนิกชนแต่งกายไว้ทุกข์ 
ตามธรรมเนียมประเพณีของศาสนาซิกข์ และยึดหลักตามที่ราชการกำหนด 
ทั้งนี้ กรมการศาสนาเชิญชวนประชาชนทุกศาสนา ร่วมน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 
ซึ่งทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภิกา ผู้ทรงอุปถัมภ์กิจการศาสนาอย่างเสมอภาคทั้งศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์–ฮินดู และซิกข์ และร่วมปฏิบัติตนด้วยความสำรวม รักษาศีลธรรม ประพฤติดี ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม และสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในการสร้างความรัก ความสามัคคี และสันติสุขให้แก่ประเทศชาติ เพื่อให้ความดีงามอันทรงสร้างไว้คงอยู่สถาพรในใจคนไทยตราบนานเท่านาน...
_____________________________

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“แฟคทอรี่ ยาร์ด กรุ๊ป” สยายปีก เปิดสาขาใหม่ที่ลำลูกกา

สโมสรโรตารีสวนจิตรลดาเป็นตัวแทน ผู้มีส่วนร่วมกิจกรรมทุกๆท่านส่งมอบเงินรายได้จากงานวิ่งRun For Health Help2 รวมทั้งสิ้น1,200,000 บาท

..นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร้องสื่อมวลชน หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาคุกคามถึงหน้าสมาคมฯ