วธ.จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาฉลอง 244 ปีกรุงรัตนโกสินทร์..
วันที่ 20 เม.ย. 2569 เวลา 09.09 น. กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา เนื่องในงานใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมาย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ ลานหญ้าระหว่างอาคารมหาจุฬาลงกรณ์กับอาคารมหาวชิราวุธ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การทำพิธีบวงสรวงเทพยดา เป็นหนึ่งในความเชื่อและการประกอบพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาและอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อว่าจะเป็นพิธีกรรมที่เสริมความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและหน้าที่การงาน และเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ซึ่งการทำพิธีบวงสรวง คือ พิธีกรรมสำคัญทางศาสนาที่ทำเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงบรรพบุรุษ ซึ่งในแต่ละสังคมวัฒนธรรมก็จะมีความเชื่อและความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างกันไป รวมถึงความเชื่อของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน โดยมีจุดประสงค์หลัก คือ การขอพร ขอความคุ้มครอง ความเจริญรุ่งเรือง และก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
โดยในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและเครือข่ายทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 22 - 26 เมษายน 2569 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และวัดประยุรวงศาวาส เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบวันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 244 ปี และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีของไทย เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2325 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 244 ปี และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อสร้างประเทศชาติให้มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงด้วยพระปรีชาสามารถและพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทรงทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาถึงปัจจุบัน
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า ซึ่งงานปีนี้จัดกิจกรรมใน 3 พื้นที่ประกอบด้วย 1. อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ได้แก่ “รัตนโกสินทร์มีชีวิต – Living Rattanakosin” ชวนสัมผัสเสน่ห์รัตนโกสินทร์ในมิติร่วมสมัย การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ดนตรี ศิลปะ และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่ ตลาดวัฒนธรรมและงานคราฟต์ไทย 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้แก่ “รัตนโกสินทร์ วังเรืองรอง – Rattanakosin Royal Night” เปิดประสบการณ์ Night Museum สุดตระการตา ชมความงดงามสถาปัตยกรรมยามค่ำคืน การแสดงศิลป์ในบรรยากาศ “วังเรืองรอง” จุดถ่ายภาพสุดประทับใจ และ 3. วัดประยุรวงศาวาส จัดกิจกรรม Klong San – Kudi Chin Cultural Walk “เดินชุมชนคลองสาน - กะดีจีน ยลวิถี รัตนโกสินทร์” และกรมการศาสนา จัดกิจกรรม 5 ศาสนา ประกอบ กิจกรรมสาธิตผลิตภัณฑ์ 5 ศาสนา จำนวน ๑๐ บูธ ภายใต้งาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” อาทิ ศาสนาพุทธ บูธทองพับ ยำขนมจีน เครป โดย วัดนาคปรก บูธส้มตำโคราช โดย ชุมชนวัดโพธิ์ บูธขนมครก โดย ชุมชนวัดยานนาวา บูธขนมเบื้องโบราณ โดย ชุมชนวัดปากน้ำภาษีเจริญ บูธไอติมโบราณ ป๊อบคอร์น โดย ชุมชนวัดประชาระบือธรรม และบูธขนมบ้าบิ่น โดย ชุมชนวัดประยุรวงศาวาส, ศาสนาอิสลาม บูธเคบับ โดย สำนักจุฬาราชมนตรี เคบับ เป็นอาหารในถิ่นอาหรับ ต้นกำเนิดจากประเทศตุรกี เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว ไก่ แกะ แพะ และผักต่างๆ จะรับประทานกับขนมปังคล้ายฮอทดอก แฮมเบอร์เกอร์หรือแผ่นแป้งพิตต้าม้วนมีผักสลัด เนื้อเคบับ และซอสด้านใน, ศาสนาคริสต์ บูธขนมเกชาดัช โดย ชุมชนกะดีจีน ขนมเกชาดัส เด โกอิมบรา (Queijadas de Coimbra) มีที่มาจากชื่อขนม “เกชาดัส” ที่มีทาร์ตไส้ชีส จากแคว้นโกอิมบรา ซึ่งนักบวชศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกชาวโปรตุเกสเดินทางมากับเรือสาเภาเพื่อเผยแพร่ศาสนาในประเทศไทย โดยเข้ามาในยุครัตนโกสินทร์ ส่วนหนึ่งตั้งถิ่นฐานย่านชุมชนกะดีจีน และได้นำขนมเกชาดัส เด โกอิมบรา (Queijadas de Coimbra) ขนมหวานพื้นเมืองโปรตุเกสเข้ามาด้วย โดยเป็นขนมที่มีตัวทาร์ต หรือแป้งที่ห่อด้านนอก ทำจากแป้งสาลี นวดให้เข้ากันกับเนยรีดเป็นแผ่นบางๆ พับเป็นถ้วยเล็กๆ แบนๆ แล้วเทไส้เนยแข็งลงไปตัวไส้ที่เป็นเนยแข็งนั้น ทำจากชีสนมแพะเป็นหลัก เป็นชีสสด ไม่ได้เป็นชีสแข็งแบบเนยแข็งทั่วไปแต่จะมีความนุ่มๆ หยุ่นๆ คล้ายๆ Cottage Cheese นำชีสสดมาผสมกับน้ำตาล ไข่แดง และเติมแป้งสาลีเข้าไปอีกนิดหน่อย, ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู บูธอาหารสไตล์อินเดีย โดย สมาคมฮินดูสมาช ขนมอินเดีย เช่น กุหลาบจามุน (Gulab jamun), จาเลบิ (Jalebi), คาจูกั๊ตลี่ (Kaju katli), ขนมลาดู (Laddu) และศาสนาซิกข์ บูธ Indian Fastfood โดย สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา ขนมซาโมซ่าและกาลัมจาย โดยซาโมซา เป็นขนมทำจากแป้งอบหรือทอด สอดไส้ โดยใส้ทำมาจากวัตถุดิบหลายชนิด เช่น มันฝรั่ง, หอมใหญ่ และ ถั่วเขียว ใส่เครื่องเทศ กาลัมจาย คือ ชาร้อนอินเดียที่มีนมเป็นส่วนผสมสำคัญ ถ้าเป็นสูตรอินเดียแท้ๆ จะใช้นมวัวสดนำมาต้มกับชาและวัตถุดิบพิเศษ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดสายด่วนวัฒนธรรม 1765 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจเฟซบุ๊กสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม...
_____________________________
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น