กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ รมว. สุชาติ วางรากฐานประเทศไทยสู่ Net Zero 2050 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนแสดงความมุ่งมั่นใน COP 31
กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ รมว. สุชาติ วางรากฐานประเทศไทยสู่ Net Zero 2050 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนแสดงความมุ่งมั่นใน COP 31 ที่ประเทศตุรกี
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(รมว.ทส.) สั่งการให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น
สาธารณะต่อการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย
(Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Zoom Meetings และ Facebook Live เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอข้อคิดเห็น
ต่อทิศทางการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การปรับปรุง LT-LEDS ในครั้งนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและมอบหมายให้กรมฯ เร่งขับเคลื่อน เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว รองรับ
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน
และการพัฒนาประเทศ โดยประเทศไทยได้จัดส่งการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 47 จากปีฐาน ค.ศ. 2019 ภายในปี ค.ศ. 2035 และสอดคล้องตามแนวทางในการมุ่งสู่ Net Zero 2050
การปรับปรุง LT-LEDS จะเป็นกรอบยุทธศาสตร์สำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition)
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ในโอกาสนี้ Ms. Sweta Madhuri Kannan เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐ
เยอรมนีประจำประเทศไทย และ Dr. Nomoto Takuya เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานเจรจาและความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์
และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง
การปรับปรุง LT-LEDS ในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนด้วยการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) จำนวนทั้งสิ้น 17 ครั้ง ครอบคลุมการดำเนินงานใน 5 สาขาหลัก ควบคู่กับการศึกษา
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ข้อเสนอเชิงนโยบายสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยภายในงาน
รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย หัวหน้าที่ปรึกษาโครงการ ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่าง LT-LEDS ฉบับปรับปรุง
ที่มีกำหนดแนวทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีและนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขณะที่การประเมิน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมยังสะท้อนว่า การดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกยังเป็นโอกาสในการดึงดูด
การลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สร้างการจ้างงานสีเขียว และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศ ก่อนเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมการประชุม เพื่อนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนเสนอผ่านกลไกตามโครงสร้างเชิงสถาบันและจัดส่งต่อเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ก่อนการประชุม COP 31
ที่ประเทศตุรกีต่อไป
_____________________________
ขอบคุณที่พิจารณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
กลุ่มนโยบายและแผน กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
49 พระราม 6 ซอย 30 ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0-2278-8400 http://www.dcce.go.th
_____________________________
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น